อัพเดทการทำนายฝันหรือดวง ที่หน้าเว็บของเรา

0

ประวัติหมอช้าง ผู้เชี่ยวชาญทั้งโหราศาสตร์ไทยและฮวงจุ้ย

ถือเป็นหนึ่งในหมอดูแถวหน้าของเมืองไทยในตอนนี้ สำหรับ หมอช้าง หรือชื่อจริงว่า
ทศพร ศรีตุลา เห็นนามสกุลหลายคนอาจจะคุ้นๆ เพราะเหมือนกับ อ. อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา
แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางเครือญาติแต่อย่างใด
วัยเด็กหมอช้างศึกษาในระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
และศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และสาขาคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ส่วนในเส้นทางโหรศาสตร์ หมอช้างมีความชื่นชอบและศึกษาวิชาโหราศาตร์ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี
และเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจากนั้นได้ต่อยอดเพิ่มเติมอีก 2 สาขา คือโหราศาสตร์ภาคพยากรณ์ (ศาสตร์การทำนายทั่วไป) และ โหราศาสตร์ภาคคำนวณ(การเคลื่อนที่ของดวงดาว)
นอกจากนี้ยังได้ศึกษาต่อเกี่ยวศาสตร์ฮวงจุ้ยทั้งในและต่างประเทศ อ.ช้าง จึงได้ชื่อว่าเป็นนักพยากรณ์ไม่กี่คนในประเทศไทยที่รอบรู้
เชี่ยวชาญอย่างถ่องแท้ทั้งโหราศาสตร์ไทยและฮวงจุ้ย จุดเด่นของคำพยากรณ์ ของ อ.ช้าง
คือการผสมผสานระหว่างศาสตร์ภาคพยากรณ์กับศาสตร์ภาคคำนวณ
ทำให้ได้ผลทำนายที่ละเอียดและแม่นยำ มีความเป็นเหตุและผลสามารถเห็นได้จริง
เสมือนเป็นที่ปรึกษา อีกทั้งยังมีการแนะนำวิธีแก้ไข แนะแนวทางออกของปัญหาให้อีกด้วย
อ.ช้าง และทีมงาน ได้พัฒนาโปรแกรมที่เกี่ยวกับการทำนายโชคชะตาโดยยึดหลักการจากตำราโหราศาสตร์บวกกับการวิเคราะห์จัดระบบอย่างจริงจัง
เพียงใส่ข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด และเวลาเกิด (เวลาตกฟาก) ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล
แม้ฝาแฝดที่เกิดเวลาใกล้เคียงกันแต่ต่างกันเพียงเสี้ยวนาทีก็ยังมีดวงชะตาที่แตกต่างกัน
ดังนั้นการใส่เวลาเกิดเข้าไปในข้อมูลการทำนายจะทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้รู้คำทำนายอย่างละเอียดเจาะลึกและแม่นยำ
นอกจากนี้ยังมีการคิดค้น พัฒนาระบบให้มีการจดจำข้อมูลเฉพาะตัว
เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ในการเข้าใช้บริการที่มีความทันสมัยที่สุด
ผลงานอื่นๆ ของ อ.ช้าง มีอยู่หลากหลายสื่อ ได้แก่ คอลัมน์ HOROSCOPE นิตยสาร
MAXIM และ IN MAGAZINE , มาดามฟิกาโร , รายการดีไซน์ ช่อง 9 ,รายการ
จมูกมด ช่อง 7 , รายการ เมืองมายารีพอร์ท , รายการ Blow , รายการ เซียนโอเกะ ช่อง7
พร้อมทั้งเป็นผู้ให้คำทำนายดวงในรายการคลื่นแทรก คลื่นแซบ ทางช่อง 5 ,รายการแฉแต่เช้า , Dr. E คลื่น 94 EFM
รวมถึงรับเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบ /ปรับปรุงฮวงจุ้ย ให้กับที่อยู่อาศัย บริษัท อาคาร โรงงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
สโลแกนประจำตัว “รู้ก่อน … แก้ไขได้”…

0

การแต่งกายเสริมโชค

ในปัจจุบันเรื่องของโชคชะตานั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้รมถึงเรื่องของการแต่งกาย แต่งตัวก็เช่นเดียวกัน
คนโบราณมีตำราแต่งกายตามวันเพื่อเสริมมงคลให้กับชีวิต บางตำราว่าด้วยการแต่งกายตามธาตุและราศีเกิด
วันนี้จึงมาพูดถึงเรื่องการแต่งกาย ตามราศีที่จะช่วยเสริมโชคในด้านต่างๆ
1.ราศีเมษ (16 มี.ค.-15 เม.ย.)
ราศีของจอมมั่นใจ เป็นนักบุกเบิก เป็นผู้นำ เพราะอิทธิพลของธาตุไฟและดาวอังคาร
การแต่งเนื้อแต่งตัวของคนราศีนี้ก็เช่นกันค่ะ มักจะออกแนวหนุ่มมั่นสาวมั่น
ดึงดูดและท้าทายสายตาคนโดยไม่รู้สึกกังวล มักมีรสนิยมในการเลือกเสื้อผ้าได้เข้ากับกาลเทศะดี
คนราศีเมษนี้ควรเลือกเสื้อผ้าที่เข้ารูป พอดีตัว เน้นรูปร่างที่ดีๆ ของตน
นั่นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกายให้รูป ร่างดีควบคู่กันไปด้วย
ซึ่งก็สอดคล้องกับบุคลิกของคนประเภทผู้นำ ที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง

2.ราศีพฤษภ (20 เม.ย. – 20 พ.ค.)
จะ ไม่มีทางเห็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่มีความวิบวับระยิบระยับบนตัวสาวราศี พฤษภเป็นแน่
เพราะมีความเรียบหรูคลาสสิก ที่ใส่ได้โดยไม่เอาท์มากกว่า เช่น กระโปรงทรงดินสอ คาร์ดิแกน หรือผ้าพันคอ
ส่วนเฉดสีของเสื้อผ้าก็จะเป็นสีอ่อนหรือสีธรรมชาติ แล้วค่อยหากระเป๋าสีสดใสมาเพิ่มความโดดเด่นให้ลุคด้วยก็ได้
3.ราศีเมถุน (16 พ.ค.-15 มิ.ย.)
เป็นราศีของคนใน อิทธิพลของดาวพุธและธาตุลม คนราศีนี้เหมาะแก่การเป็นนักประชาสัมพันธ์ นักสื่อสาร
นักข่าว นักประสานงาน นักชี้แจงแถลงไข เป็นคนที่มีความกระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น
ชอบการสื่อสารบอกกล่าว ชอบเดินทาง ไม่ชอบอยู่นิ่งจำเจ มีบุคลิกภาพที่สดใส มีเสน่ห์ ร่าเริงเสมอ
การแต่งกายมักเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม ไม่ชอบสไตล์ที่ซ้ำซากหรือล้าสมัย แต่ชุดที่เหมาะที่สุดสำหรับคนราศีนี้
ควรเป็นแนวเรียบๆ เพราะง่ายต่อการมิกซ์แอนด์แมตช์ หรือตกแต่งดัดแปลงให้ทันกับเทรนด์ใหม่ๆ
4.ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. – 22 ก.ค.)
สาว ราศีกรกฎมีความเป็นผู้หญิงจัด เป็นคนมั่นใจและมีเสน่ห์ดึงดูดเต็มเปี่ยม สาวราศีนี้ก็เลยชอบผ้าแบบบาง
ๆ นุ่ม ๆ และชอบไข่มุกอันเป็นอัญมณีประจำราศีนี้ และการแต่งตัวของสาวราศีนี้จะเหมาะกับเสื้อผ้าสีแนวควันบุหรี่
และอาจจะเสริมเครื่องประดับที่เป็นมุกเข้าไปหน่อยด้วยก็ดี
5.ราศีสิงห์ (16 ก.ค.-15 ส.ค.)
คนราศีนี้ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นศิราณีของเพื่อนๆ เป็นคนที่ดูอบอุ่น มีความเป็นผู้นำและจิตใจเข้มแข็ง
ในด้านที่เป็นจุดอ่อน คนราศีนี้หากควบคุมตนเองไม่ดี อาจเจ้ายศเจ้าอย่างหรือไม่ก็เป็นพวกบ้ายอได้
เสื้อผ้าที่ควรสวมใส่ควรใช้ชุดที่เรียบแต่หรู บางโอกาสอาจอวดความอวบอิ่มของเนินอกและเรียวขา
เลือกเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่ชวนให้หลงใหลใส่บ้างก็เป็นเสน่ห์ สีที่เหมาะคือ สีม่วงเข้ม
คนราศีนี้ใช้เครื่องประดับได้ไม่มีจำกัด
6.ราศีกันย์ (23 ส.ค. – 22 ก.ย.)
ชอบการแต่งตัวสไตล์ผู้หญิงมาก แต่ยังไงสาวราศีกันย์ก็จะเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแบบมัลติฟังก์ชั่น
คือสามารถนำจับไปมิกซ์ แอนด์ แมตช์กับชุดอื่น ๆ ได้เพียบ เช่น รองเท้าผ้าใบทรงคลาสสิกสีเรียบ ๆ
ที่คู่เดียวก็ไปได้กับทุกชุด นอกจากนี้แจ็คเก็ตผ้าทวีตที่มีรายละเอียดสุดทันสมัย เช่น มีการตกแต่งด้วยหนังหรือซิป
บวกกับกระเป๋าสะพายไหล่สีน้ำเงินและแว่นกรอบกระก็เหมาะกับสาวราศีนี้

7.ราศีตุลย์ (16 ก.ย.-15 ต.ค.)
สัญลักษณ์ของราศีตุลย์ คือ ตราชั่ง ชาวตุลย์จึงเป็นพวกรักความเป็นธรรม ความยุติธรรม เป็นคนมีเสน่ห์
ใจเย็น มองโลกในแง่ดี และเป็นที่พึ่งทางความรู้สึกของผู้อื่นได้
คนราศีนี้ไม่ค่อยชอบวุ่นวายต่อการเลือกเครื่องแต่งกายมากนัก ยึดเอาความรู้สึกดีๆ
เข้ากับสถานที่และโอกาสเป็นสำคัญ จึงเหมาะแก่การแต่งกายเรียบง่าย ยูนิฟอร์ม สูท
หรือปรับไปตามเวลาและสถานที่ที่จะไป
8.ราศีพิจิก (16 ต.ค.-15 พ.ย.)
เป็นคนที่มีพลังดึงดูด ผู้คนสูง มีบุคลิกภาพที่โดดเด่นและมีความลึกซึ้งซับซ้อนของอารมณ์สูง
ไม่ง่ายที่จะคาดเดาอารมณ์ของชาวพิจิกจากท่าทีภายนอกของเขา เป็นเจ้าแผนการ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง
ดูเป็นคนลึกลับ เจ้าเสน่ห์ เครื่องแต่งกายที่เหมาะต้องดูเลิศหรู
9.ราศีธนู (22 พ.ย. – 21 ธ.ค.)
ราศีธนูเหมาะกับการแต่งตัวแนวสปอร์ตแวร์ มั่น ๆ ทะมัดทะแมง โดยอาจจะเป็นเสื้อสูทเบลเซอร์ลายขวาง
ควบคู่กับการใส่รองเท้าพริ้นท์ลายสัตว์ หรือวันไหนที่รีบจัด ก็อาจจะคว้าเสื้อยืดสีขาวเรียบ ๆ
มาใส่คู่กับกางเกงหนังขายาว และถือกระเป๋าคลัทช์สวย ๆ สักใบ
10.ราศีมังกร (16 ธ.ค.-15 ม.ค.)
ชาวราศีมังกรนี้ มีอารมณ์โดดเดี่ยวเป็นอารมณ์ประจำใจ แต่มีความกล้า กล้าเผชิญหน้า ดิ้นรนเก่ง
ความโดดเดี่ยวของเขาจึงเป็นโดดเดี่ยวที่ไม่เดียวดาย หนักไปทางขี้กังวลมากกว่า
เสื้อผ้าที่จะสวมใส่จึงควรมีสีสันสดใส เนื้อผ้ามีคุณภาพ แบบเรียบ เก๋ สีที่ถูกโฉลกคือ สีเขียว สีทราย และสีน้ำตาล
11.ราศีกุมภ์ (20 ม.ค. – 18 ก.พ.)
สาว ราศีนี้รักความเป็นอิสระและชอบอะไรใหม่ ๆ ซึ่งเวลามีเทรนด์แฟชั่นอะไรใหม่ ๆ มาเธอก็ไม่พลาดหรอก
ส่วนพวกสีของเสื้อผ้าต้องเป็นสีแบบนีออน น้ำเงินสว่าง ชมพูบานเย็น หรือสีเขียวสะท้อนแสงสุดแสบสัน
แต่บางอารมณ์ก็มีสีเทาหรือดำเหมือนกัน
12.ราศีมีน (16 ก.พ.- 15 มี.ค.)
ชาวราศีมีนเป็นพวกใฝ่ รู้ มีความใฝ่ฝัน มีจินตนาการสูง และขยันชนิดหาตัวจับยาก
สไตล์การแต่งตัวควรแปลกแต่ต้องดูดี เพื่อสนองความชอบที่เหมือนใคร ไม่อยากซ้ำซ้อนกับใคร
อาจเป็นเสื้อผ้าที่ตัดเย็บ หรือนำมาดัดแปลงใหม่ และสีที่ถูกโฉลกคือสีเขียวใสเหมือนสีน้ำทะเล
ถึงแม้ว่าการแต่งตัวตามนี้จะช่วยเสริมราศี
แต่ยังไงการแต่งตัวในแบบที่เป็นตัวของตัวเองที่สุดอาจจะเลือกไอเทมสีที่ช่วยเสริมดวงมาใส่แต่งเพิ่มเติมเล็กน้อย…

0

ความฝันในแต่ล่ะวันสื่อความหมายอย่างไรบ้าง

เคยสงสัยกันไหม ว่าทำไมคนเราถึงมีความฝัน
ซึ่งถ้านับตามหลักของวิทยาศาสตร์ก็คงเป็นเรื่องของการทำงานของสม
อง แต่ในทางโหรศาสตร์นั้นถือว่าเป็นสัญญาณต่างๆ
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเราเข้าใจกันดีกว่าคือการทำนายฝัน
ซึ่งศาสตร์การทำนายฝันคือ การนำเอาความฝันมาตีความ
ทำนายฝันแม่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ทำนายฝันเลขเด็ด ทำนายความฝัน
ดูดวงทำนายฝัน ดูทำนายฝัน มีทำนายฝัน ทำนายฝันเลขเด็ด
ทำนายฝันงู ทำนายฝันวันไม่รู้ และ ทำนายฝันฟันหัก
ไม่ว่าความฝันของท่านคืออะไร
โดยบ้างก็ว่าความฝันนั้นเกิดจากเจ้ากรรมนายเวร
ความฝันเกิดจากการบอกเหตุจากเทพ เทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
ความฝันเกิดจากองค์เทพประจำตัวของแต่ละบุคคลนั้นๆ
บางคนจะเห็นอนาคตล่วงหน้าในความฝัน และต่อมาก็เจอจริงตามที่ฝัน
ความฝันจากการถูกควบคุมมาโดยเทวดา
ยมทูตที่มีหน้าที่ควบคุมวิญญาณ
จะนำพามาให้เข้าฝันบุคคลนั้นให้บอกเหตุ บอกลา บอกสิ่งต่างๆ
ที่วิญญาณนั้นต้องการให้ทราบ วิญญาณต่างๆ
นั้นจะมีผู้ควบคุมมาไม่ได้มาได้เอง วิญญาณจากจากเจ้ากรรมนายเวร
หากเข้ามาเล่นงานในความฝัน ผู้ควบคุมความฝันก็ไม่ห้าม
เพราะเป็นการชดใช้เวรกรรมต่อกัน ตามกฎแห่งกรรมที่ถูกกำหนดไว้
ความฝันหลายอย่างที่คนไม่รู้ มีเยอะมากมาย
นอกจากนี้ยังมีความฝันแบบอื่นเช่น
ความฝันที่เกิดจากธาตุที่ไม่ปกติ เป็นเพราะกายไม่ปกติ ใจไม่ปกติ
กายใจของผู้ฝันจึงมีอันเกิดขึ้นมา ซึ่งโดยมากเป็นความฝันร้าย
เป็นฝันไม่ค่อยดีเท่าไร จะทำให้เป็นทุกข์ เกิดความกังวล
ความฝันแบบนี้ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ จึงไม่ต้องใช้หลักทำนายฝัน
หากใช้ทำนายฝันก็จะไม่ค่อยได้ผลนัก

รวมไปถึงความฝันที่เกิดขึ้นจากการที่ผู้ฝันนั้นไปจดจ่อกับบางสิ่งเก็บเอา
คิดมากไป ความฝันอย่างนี้ เป็นเพราะอารมณ์จิตใจของผู้ฝัน
ได้ผูกพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่อย่างมากตลอดเวลา
เมื่อหลับไปก็เกิดความฝันในสิ่งนั้น ในเรื่องนั้น ที่ผู้ฝันฝักใฝ่อยู่
หรือได้พบเห็นแล้วจดจำโดยไม่มีวันลืม ความฝันแบบนี้ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ
จึงไม่ต้องใช้หลักทำนายฝัน หากใช้ทำนายฝันก็ไม่ค่อยได้ผลนัก
ความฝันในแต่ล่ะวันนั้นจะมีความหมายดังนี้
1.ฝันวันอาทิตย์ ท่านฝันคืนวันอาทิตย์
ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับคนอื่นๆ
2.ฝันวันจันทร์ ท่านฝันคืนวัน จันทร์
ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับญาติหรือเพื่อนฝูงของท่าน
3.ฝันวันอังคาร ท่านฝันคืนวันอังคาร
ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับพ่อแม่พี่น้องของท่าน

4.ฝันวันพุธ ท่านฝันคืนวันพุธ ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับ
บุตรและภรรยาหรือสามีของท่าน
5.ฝันวันพฤหัสบดี ท่านฝันคืนวันพฤหัสบดี ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับ
ครู อาจารย์ หรือผู้ที่ให้ความเคารพ
6.ฝันวันศุกร์ ท่านฝันคืนวันศุกร์
ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับสัตว์เลี้ยงของท่าน
7.ฝันวันเสาร์ ท่านฝันคืนวันเสาร์
ผลของความฝันนั้นจะเกิดกับตัวท่านเอง…

0

เครื่องประดับ เสริมโชคลาภ

พลอยหรืออัญมณีเป็นของจากธรรมชาติที่นำมาเพิ่มพลังให้กับชีวิตได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เครื่องประดับหรืออัญมณี
กับเครื่องราง มีความเกี่ยวข้องกันอยู่ คือ ใส่แล้วเป็นสิ่งเป็นมงคล และมีความสวยงามด้วย คนจึงนิยมใส่ติดตัวกัน
บทความนี้จะพูดถึงการเลือกพลอยตามวันเกิด เพื่อเสริมบารมี
1.พลอยประจำวันเกิด วันอาทิตย์ มักจะเป็นคนกล้าหาญ มีบุคลิกลักษณะเป็นผู้นำ เสียสละ กล้าตัดสินใจ
เครื่องประดับหรืออัญมณีที่เหมาะเป็นบริวาร ซึ่งหมายถึง ถ้าอยากให้มีบริวารดี เชื่อฟัง สีที่ควรใส่ คือ สีแดง เช่น
ทับทิม พลอยแดง ถ้าอยากอายุยืน ควรใส่ สีขาว เช่น เพชร ไข่มุกขาว หรือใส่ทับทิมล้อมเพชร สามารถใส่คู่กันได้
ส่วนอำนาจ บารมี มีคนเกรงกลัว ควรจะใส่อัญมณี สีชมพู เช่น พลอยสีชมพู ทับทิมสีชมพู
คนเกิดวันอาทิตย์ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็น สีแดง เรียกว่า “รัตนาภรณ์” ได้แก่ ทับทิม (Ruby)
สปิเนลสีแดง (Red Spinel) โกเมนสีแดง (Granet) ทัวร์มาลีนสีแดง (Rubellite)
เพทายสีแดง (Red Zircon) เพชรสีแดง (Red Diamond)
2.พลอยประจำคนเกิดวันจันทร์คนเกิดวันจันทร์ คนเกิดวันจันทร์ ที่มักเป็นคนอ่อนไหวง่าย ช่างคิด รักอิสระ
เจ้าเสน่ห์ รักพวกพ้อง ชอบศิลปะ เป็นคนที่ขี้กังวล วิตกกังวลมากจนเกินไปในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง
ซึ่งถ้ามองในแง่ดีก็จะเป็นคนรอบคอบ ป้องกันไว้ก่อน อัญมณีที่เป็นบริวาร ลูกหลานดี จะเป็น สีขาว ไข่มุก เพชร
ถ้าอยากมีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ให้ใส่เครื่องประดับ สีชมพู อัญมณีที่ใส่แล้วมีอำนาจ บารมี จะเป็น สีเขียว
อย่าง มรกต หยก หินสีเขียว จะช่วยให้คนเกรงกลัว
อัญมณีที่มี สีเหลือง เรียกว่า “เศตาภรณ์” ได้แก่ บุษราคัม (Yellow Sapphire) โทแพซสีเหลือง (Yellow
Topaz) ซิทริน (Citrine) เพทายสีเหลือง (Yellow Zircon) อำพัน (Amber) หยกสีเหลือง (Yellow
Jade) เพชรสีเหลือง (Yellow Diamond)
ไข่มุกสีทอง (Golden Pearl)
3.พลอยประจำคนเกิดวันอังคาร คนเกิดวันอังคาร ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่มี สีชมพู เรียกว่า
“ตามภาภรณ์” ได้แก่ แซปไฟร์สีชมพู (Pink Sapphire) เบริลสีกุหลาบ (Rose Beryl) เพชรสีชมพู (Pink
Diamond)
ไข่มุกสีชมพู ( Pink Pearl) สปิเนลสีชมพู (Pink Spinel) โทแพซสีชมพู (Ping Topaz)
4.พลอยประจำคนเกิดวันพุธ กลางวัน
คนเกิดวันพุธ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็น สีเขียว เรียกว่า “อินทนิล” ได้แก่ มรกต (Emerald)
หยก (Jade) หยกออสเตรเลีย (Chrysoprase) หยกเม็กซิกัน (Calcite) ทัวร์มาลีนสีเขียว (Chrome
Tourmaline)
เพริโดต์ (Peridot) โกเมนสีเขียว (Green Garnet) เขียวส่อง (Green Sapphire)
5.พลอยประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี คนเกิดวันพฤหัสบดี ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็นสีส้ม หรือ สีแสด
เรียกว่า “ปิตาภรณ์” ได้แก่ โอปอลไฟ (Fire Opal) หยกแดง (Red Jade) หยกแดงไต้หวัน (Carnelian)
สปิเนลสีส้ม (Orange Spinel) แซปไฟร์สีส้ม (Padparadscha)ปะการัง
6.พลอยประจำคนเกิดวันศุกร์คนเกิดวันศุกร์ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็นสีฟ้า หรือ สีน้ำเงิน เรียกว่า
“ปภัสราภรณ์” ได้แก่ไพลิน (Blue Sapphire) โทแพซสีฟ้า (Blue Topaz) เพทายสีฟ้า (Blue Zircon)
อะความารีน (Aquamarine) ลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) เทอร์คอยส์ (Turquoise) เพชรสีฟ้า หรือน้ำเงิน
(Blue Diamond)
7.พลอยประจำคนเกิดวันเสาร์ คนเกิดวันเสาร์ ควรใช้เครื่องประดับ หรือ อัญมณีที่เป็นสีม่วง หรือ สีดำ เรียกว่า
“กัณหาภรณ์” ได้แก่ แอเมทีสต์ (Amethyst) แซปไฟร์สีม่วง (Violet Sapphire) นิลตะโก (Black Spinel)
โอนิกซ์ (Onyx) หยกดำ (Black Jade) สตาร์ดำ (Black Star Sapphire) ไข่มุกสีดำ (Black Pearl)
ปะการังสีดำ (Black Coral)…

0

สีกับความเชื่อในด้านต่างๆ

ในด้านโหราศาสตร์ ‘สี’ ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิต ส่งผลดีเรียกว่า ‘สีมงคล’ส่งผลร้าย เรียกว่า
‘สีอัปมงคล, สีกาลกิณี’ผู้ที่เกิดในวันต่าง ๆ บทความนี้จึงจะมาพูดถึงการเลือกใช้สีให้ถูกต้องกับวันต่างๆ
1. สีที่เป็น ‘บริวาร’หมายถึง สีที่จะได้เกี่ยวข้องอยู่ตลอด เป็นคนรอบข้าง ผู้ใต้บังคับบัญชา บุตร สามี ภรรยา
ที่ได้ข้องเกี่ยวกับแทบทุกวัน
2. สีที่เป็น ‘อายุ’หมายถึง สีที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพ การใช้ชีวิต การสืบต่ออายุ
3. สีที่เป็น ‘เดช’หมายถึง สีที่ส่งเสริมเรื่องอำนาจวาสนาบารมี
4. สีที่เป็น ‘ศรี’หมายถึง สีที่ส่งเสริมความดีงาม โชคลาภ ความสำเร็จ มงคลชีวิต การได้สม ปรารถนา
5. สีที่เป็น ‘มูละ’หมายถึง สีที่ส่งเสริมความมั่นคงเรื่องต่างๆ เช่น ความมั่นคงแห่งทรัพย์พื้นฐาน การ ลงหลักปักฐาน
ความมั่นคงแห่งหน้าที่การงาน
6. สีที่เป็น ‘อุตสาหะ’หมายถึง สีที่มีอิทธิพลต่อความเพียรพยายาม การฟันฝ่าอุปสรรค ความเหนื่อย ยาก
ความมุ่งมั่น ความเครียด และความลำบากใจ
7. สีที่เป็น ‘มนตรี’หมายถึง สีที่ส่งเสริมการอุปถัมภ์ค้ำชู เสริมความรักเมตตาจากผู้ใหญ่ ให้การ ช่วยเหลือเกื้อกูล
ความสำเร็จ การได้ขั้นได้ตำแหน่งใหญ่โต
8. สีที่เป็น ‘กาลี’หรือ ‘กาลกิณี’ หมายถึง สีที่เป็นอัปมงคล ตัดรอนสิ่งดีงาม เป็นอุปสรรคปัญหา ความเจ็บ
ไข้ได้ป่วย ความลี้ลับ พลัดพราก ห่างไกล
สีประจำวันของแต่ละวัน
1.วันอาทิตย์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้ราชสีห์ 6 ตัวป่นเป็นผง จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าสีแดง ประพรมด้วยน้ำอมฤต
จึงบังเกิดเป็น พระอาทิตย์ มีกายสีแดง
2.วันจันทร์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้นางฟ้า 15 นางกลายเป็นผงละเอียด จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าสีเหลืองอ่อน
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระจันทร์ มีกายสีเหลืองนวล
3.วันอังคาร พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้กระบือ (ควาย) 8 ตัวกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีแดงหลัว
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระอังคาร มีกายเป็นสีแก้วเพทายซึ่งมีสีชมพู
4.วันพุธ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้พญาคชสาร (พญาช้าง) 17 เชือกกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีเขียวใบไม้
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระพุธ มีกายเป็นสีแก้วมรกตซึ่งมีสีเขียว
5.วันพฤหัสบดี พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้พระฤๅษี 19 ตนกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีแสด
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระพฤหัสบดี มีกายเป็นสีแสด
6.วันศุกร์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้พระโค (วัว) 21 ตัวกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีน้ำเงิน
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระศุกร์ มีกายเป็นสีคราม
7.วันเสาร์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้เสือ 10 ตัวกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีดำหลัว ประพรมด้วยน้ำอมฤต
จึงบังเกิดเป็น พระเสาร์ สีกายสีดำหลัว หรือสีม่วง…

0

สีกับความเชื่อในด้านต่างๆ

ในด้านโหราศาสตร์ ‘สี’ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลหรือมีอิทธิพลต่อชะตาชีวิต ส่งผลดีเรียกว่า’สีมงคล’ ส่งผลร้าย เรียกว่า
สีอัปมงคล, สีกาลกิณีผู้ที่เกิดในวันต่าง ๆ บทความนี้จึงจะมาพูดถึงการเลือกใช้สีให้ถูกต้องกับวันต่างๆ
1. สีที่เป็น บริวารหมายถึง สีที่จะได้เกี่ยวข้องอยู่ตลอด เป็นคนรอบข้าง ผู้ใต้บังคับบัญชา บุตร สามี ภรรยา
ที่ได้ข้องเกี่ยวกับแทบทุกวัน
2. สีที่เป็น’อายุ’หมายถึง สีที่มีอิทธิพลต่อสุขภาพ การใช้ชีวิต การสืบต่ออายุ
3. สีที่เป็น ‘เดช’หมายถึง สีที่ส่งเสริมเรื่องอำนาจวาสนาบารมี
4. สีที่เป็น ‘ศรี’ หมายถึง สีที่ส่งเสริมความดีงาม โชคลาภ ความสำเร็จ มงคลชีวิต การได้สม ปรารถนา
5. สีที่เป็น ‘มูละ’หมายถึง สีที่ส่งเสริมความมั่นคงเรื่องต่างๆ เช่น ความมั่นคงแห่งทรัพย์พื้นฐาน การ ลงหลักปักฐาน
ความมั่นคงแห่งหน้าที่การงาน
6. สีที่เป็น’อุตสาหะ’หมายถึง สีที่มีอิทธิพลต่อความเพียรพยายาม การฟันฝ่าอุปสรรค ความเหนื่อย ยาก
ความมุ่งมั่น ความเครียด และความลำบากใจ
7. สีที่เป็น’มนตรี’หมายถึง สีที่ส่งเสริมการอุปถัมภ์ค้ำชู เสริมความรักเมตตาจากผู้ใหญ่ ให้การ ช่วยเหลือเกื้อกูล
ความสำเร็จ การได้ขั้นได้ตำแหน่งใหญ่โต
8. สีที่เป็น ‘กาลี’หรือ ‘กาลกิณี’ หมายถึง สีที่เป็นอัปมงคล ตัดรอนสิ่งดีงาม เป็นอุปสรรคปัญหา ความเจ็บ
ไข้ได้ป่วย ความลี้ลับ พลัดพราก ห่างไกล
สีประจำวันของแต่ละวัน
1.วันอาทิตย์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้ราชสีห์ 6 ตัวป่นเป็นผง จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าสีแดง ประพรมด้วยน้ำอมฤต
จึงบังเกิดเป็น พระอาทิตย์ มีกายสีแดง
2.วันจันทร์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้นางฟ้า 15 นางกลายเป็นผงละเอียด จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าสีเหลืองอ่อน
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระจันทร์ มีกายสีเหลืองนวล
3.วันอังคาร พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้กระบือ (ควาย) 8 ตัวกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีแดงหลัว
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระอังคาร มีกายเป็นสีแก้วเพทายซึ่งมีสีชมพู
4.วันพุธ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้พญาคชสาร (พญาช้าง) 17 เชือกกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีเขียวใบไม้
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระพุธ มีกายเป็นสีแก้วมรกตซึ่งมีสีเขียว
5.วันพฤหัสบดี พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้พระฤๅษี 19 ตนกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีแสด
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระพฤหัสบดี มีกายเป็นสีแสด
6.วันศุกร์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้พระโค (วัว) 21 ตัวกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีน้ำเงิน
ประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็น พระศุกร์ มีกายเป็นสีคราม
7.วันเสาร์ พระอิศวรได้ร่ายพระเวทให้เสือ 10 ตัวกลายเป็นผง จากนั้นห่อด้วยผ้าสีดำหลัว ประพรมด้วยน้ำอมฤต
จึงบังเกิดเป็น พระเสาร์ สีกายสีดำหลัว หรือสีม่วง…

0

4 อันดับ ทำนายฝันเลขเด็ด

1.ฝันเกี่ยวกับของมีค่า
ว่ากันว่า ถ้าเกิดจู่ๆ เราฝันเกี่ยวกับของมีค่า ขึ้นมานั้น จะเป็นลางบอกเหตุว่า
เราอาจจะเกิดคดีความอะไรบางอย่างเกิดขึ้น หรือ มีปากมีเสียงกับผู้ใหญ่ หรือ คนรัก ที่สำคัญ
ไม่แนะนำให้ควรเสี่ยงโชค ขณะเดียวกัน ในกรณีที่ฝันถึงกองมรดก ว่ากันว่า
อาจจะทำให้เราหมดเคราะห์และเกิดลาภโชคขึ้นมาภายหลัง
เลขเด็ดให้โชคนั้นประกอบด้วย 89 82 289 288 208

2.ฝันเกี่ยวกับคนตาย
ต่อมา คือการฝันเกี่ยวกับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้งในกรณีที่เห็นศพหรือได้รับกลิ่นเหม็น ว่ากันว่า ฝันร้ายแบบนี้
จะเป็นลางดี ในแง่ที่อาจจะทำให้เรามีโชคลาภเข้ามา หรือ ค้าขายดีขึ้น รวมถึงหน้าที่การงานจะเจริญก้าวหน้า
ที่สำคัญถ้าฝันว่าคนตายนั้น มีน้ำเหลืองและหนอนไต่ยั้วเยี้ย ฝันนั้นจะทำให้โชคลาภสูงขึ้น
เลขเด็ดให้โชคประกอบด้วย 14 10 44 404 004 409

3. ฝันเกี่ยวกับชกต่อย
ต่อมาคือการฝันเห็นการทะเลาะวิวาท อาทิเช่น การชกต่อย ว่ากันว่า
อาจจะเป็นลางบอกเหตุให้เราได้รับเคราะห์จากการเจ็บป่วย ดังนั้นต้องรู้จักระวังและดูแลตัวเองเป็นพิเศษ
ขณะเดียวกันถ้าฝันว่า กำลังต่อสู้กับคนร้าย หรือ สัตว์ต่างๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะแพ้หรือชนะ อาจจะเป็นลางบอกเหตุ
ว่ากำลังมีคนคิดไม่ดีกับเราอยู่ กลับกันถ้าไม่ได้รุนแรงนัก และในฝันนั้นเราเป็นฝ่ายชนะ ทำนายฝันว่าจะหมดเคราะห์
ถ้าตกเป็นฝ่ายแพ้ทายว่าจะมีเคราะห์เล็ก ๆ น้อย ๆ
เลขเด็ดให้โชคประกอบด้วย 39 89 843 839 388

4.ฝันเกี่ยวกับโจร
ปิดท้ายกันที่ ฝันเกี่ยวกับโจร โบราณบอกไว้ว่า อาจจะทำให้เราเดือดร้อนเรื่องเงิน แต่ ในกรณีที่
ฝั่นว่าตนเองถูกลักขโมยของหรือเงินทอง หรือฝันว่าถูกโจรกรรมขึ้นบ้าน ทำนายฝันว่า จะหมดเคราะห์ที่ป่วยจะหาย
หรือทรัพย์ที่หายจะได้คืน
เลขเด็ดให้โชคประกอบด้วย 67 69 297 097 677…

0

ทำนายฝัน อักษร ท.ทหาร ฝันเห็นสิ่งนี้ ตีความเป็นอะไรได้บ้าง?

เป็นธรรมดาของความฝัน ที่จะตามมาด้วยการตีความอยู่เสมอ
ซึ่งถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล
บางคนอาจจะคิดว่าการที่เราฝันเห็นอะไรเป็นการสะท้อนสภาพจิตใจในเวลานั้น
ขณะที่บางคนอาจเลือกที่จะหาคำทำนาย หรือตีความเพื่อความสบายใจของตัวเอง
หรืออาจทำให้เกิดความระมัดระวังในชีวิตมากขึ้น
วันนี้เราจะขอพูดถึงคำทำนายฝันในหมวดอักษร ท.ทหาร ให้คุณได้ลองอ่านกัน
1. ทหาร
ฝันเห็นเครื่องแบบ ทหาร หรือเห็นแถวทหาร เดินสวนสนาม ตีความได้ว่า
จะได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือมีอำนาจวาสนาขึ้น
เลขเด็ด 50, 51, 55, 515, 561
2. ทะเล
ฝันว่าได้ลงเล่นน้ำใน ทะเล หาดทรายริมทะเล ตีความได้ว่า จะอยู่เย็นเป็นสุข
และมีโชคลาภในการเสี่ยง
เลขเด็ด 03, 04, 22, 703, 741, 842
3. ทอง
ฝันว่าได้ใส่สร้อยทอง หรือได้จับต้อง สร้อยทอง ทองแท่ง ตีความได้ว่า
การที่คิดไว้จะสมหวัง หรือถ้ามีบุตร บุตรคนนี้จะเป็นหญิง
เลขเด็ด 12, 24, 36, 124, 362, 164
4. ทราย
ฝันว่าได้ไปเดินเล่นบนหาดทราย ก่อกองทราย หรือตักทรายเข้าบ้าน ตีความได้ว่า
จะได้โชคลาภทางการงานหรือมีอำนาจวาสนาขึ้น
เลขเด็ด 36, 37, 637, 733, 369
5. ทารก
ฝันว่าได้อุ้มทารกเกิดใหม่ภายในบ้าน หรือเห็น ทารก ทำนายว่าจะได้โชคลาภ
และตำแหน่งการงานดีขึ้น
เลขเด็ด 31, 34, 33, 361, 341, 331
6. เทวดา
ฝันเห็นเทพบุตรเทพธิดา หรือ เทวดา นางฟ้า ลอยอยู่บนสวรรค์ ตีความได้ว่า
จะเกิดสิริมงคลแก่ตนเอง
เลขเด็ด 89, 29, 79, 891, 219, 798
7. ทอดแห
ฝันว่า ทอดแห ได้ปลาเล็กปลาไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ตีความได้ว่า
จะได้โชคลาภทางการเสี่ยง หรือการค้าขายจะเจริญร่ำรวยขึ้น
เลขเด็ด 24, 26, 28, 244, 268, 284
8. ทาสี
ฝันว่า ทาสี บ้านตนเอง ทาสีด้วยสีสันต่างๆ หลายสีคละกันไป ตีความได้ว่า
จะได้สมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในครอบครัวหรือในบ้าน หรือ มีผู้มาขออาศัยอยู่
ถ้าทาสีสีฟ้าสีเดียวตีความได้ว่า ทุกคนในบ้านจะได้รับความสุขทั่วหน้ากัน
จะมีลาภหลั่งไหลเข้ามา
เลขเด็ด 45, 47, 451, 471, 475
9. ท้อง
ฝันว่าท้อง ทำนายว่า ท่านอาจจะกำลังรอการตัดสินใจจากใครบางคนอยู่
และการตัดสินใจนั้นจะทำให้เกิดผลดีกับท่าน
เลขเด็ด 19, 10, 59, 195, 101, 910…

0

การดูดวงด้วยตัวเองทำได้ด้วยเหรอ

อย่างที่ทราบกันว่าหลักการในการทำนายอนาคตหรือโหรศาสตร์
นั้นมีอยู่หลายแขนง หลากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งแน่นอนว่านั่นคือความเชื่อและประเพณีที่สืบทอดกันต่อๆไป
ซึ่งการดูดวงส่วนใหญ่เรามักจะเห็นคนที่ร่ำเรียนมาเป็นคนดูให้กับผู้ที่ต้อ
งการรู้ถึงอนาคตของตัวเอง
แต่ทว่ายังคงมีคำถามที่หลายคนนั้นสงสัยว่า
การดูดวงนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวคุณเองหรือไม่
ว่าแล้วเราไปหาคำตอบกันเลยดีกว่า
ถ้าจะตอบกันแบบง่ายๆ จากที่เคยเห็นกันมา
คือตัวคุณสามารถเรียนรู้ศาสตร์การดูดวงด้วยตนเองได้
ซึ่งจะมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบเบสิค
คือการใช้ไพ่ที่เล่นกันทั่วไป ที่หนึ่งสำรับจะมี 52 ใบ ในการดูดวง
แต่เรื่องเหล่านี้ต้องมีการศึกษามา ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้
หรือจะเอาแบบง่ายๆ ที่สามารถทำได้
คือการดูแบบตามหลักศาสตร์พยากรณ์โบราณ ที่ใช้ตัวเลขจากวัน เดือน
ปี เกิด เข้ามาคำนวณหาผลลัพธ์
สามารถที่จะบอกได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในตอนนี้
และยังพยากรณ์ล่วงหน้าไปสู่อนาคตของตัวคุณได้อีกด้วย
โดยขั้นตอนที่เรามาแนะนำนั้นมีดังนี้
โดยการนับอายุปัจจุบันไปคูณด้วยจำนวนเลข 12
เมื่อได้ผลลัพธ์ตามนั้นก็ให้นำไปหารด้วยจำนวนเลข 7
เมื่อเหลือเศษเท่าไหร่อันนั้นคือคำตอบ ซึ่งความหมายของ 7
หมายเลขจะมีดังนี้
หมายเลข 1
ปีนี้เป็นปีที่ไม่ดีสำหรับคุณเลย อะไรๆก็ดูแย่ไปเสียหมด
เรื่องราวหลายเรื่องที่รุมเร้า

ประดังเข้ามาทำให้คุณนั้นปวดเศียรเวียนเกล้า
อาจจะทำให้ไม่ได้หลับได้นอนจนถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อเลยก็ได้
ทางที่ดีคืออย่าไปคิดอะไรมาก
ปล่อยวางและคิดว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นนั้นเป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นไ
ด้กับทุกคน
หมายเลข 2
เลขนี้เป็นเลขที่ดี ถ้าคุณได้เลขนี้ถือว่าเป็นเลขที่ดีเลย
ดวงของคุณค่อนข้างดี ทั้งเรื่องงานหรือเรื่องความรัก อาจจะได้เลื่อนขั้น
เลื่อนตำแหน่ง หรือได้แต่งงานเลยก็ได้
หมายเลข 3
ควรระมัดระวังปีนี้ให้มากๆถึงมันจะไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ก็ตาม
แต่มันก็สามารถทำให้สิ่งที่คุณทำอยู่นั้นล่าช้าไปได้มากทีเดียว
โดยเฉพาะเรื่องของผลประโยชน์นั้นมากมายกว่าอย่างอื่น
หมายเลข 4

ใครที่ได้เลขนี้มักจะเกี่ยวข้องกับเงินๆทองๆอย่างเห็นได้ชัดและมากเสียด้
วย คุณจะได้ลาภยศที่เป็นทรัพย์สินเงินทอง
ก้อนใหญ่ได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน
ได้รับมรดกก้อนโตหรือาจจะมีโชคเกี่ยวกับเอกสารโฉนดที่ดิน
หมายเลข 5
ดวงของคุณเด่นมากในเรื่องการงาน
ถ้าเป็นเจ้านายก็จะเป็นเจ้านายที่ดี
ถ้าเป็นลูกน้องก็จะเป็นลูกน้องที่เจ้านายนั้นรักใคร่และเอ็นดู
ได้เลื่อนขั้นและเลื่อนตำแหน่งไปสิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
หมายเลข 6

ปีนี้เป็นที่ดีของการได้เริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆเป็นปีที่ต้องตัดสินใจที่จะทำอะไ
รจริงๆจังๆสักที จะเรียนก็เรียน จะทำทำงานก็ทำงาน
เพราะมีคนที่รอดูความสามารถของคุณอยู่
หมายเลข 7
ช่วงนี้เป็นช่วงที่คุณนั้นไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
อาจจะเป็นเพราะคุณนั้นใช้เงินทองไปกับสิ่งใช้สอยต่างๆมากมาย
จะไม่ใช้ก็ไม่ได้
ทั้งๆที่รายรับของคุณนั้นก็มากเหมือนกันแต่เมื่อเทียบกับรายจ่ายเป็นเงา
ตามตัว…

0

เสริมดวงชะตากันด้วยการเลือกใช้กระเป๋าสตางค์ให้เหมาะสม

กระเป๋าสตางค์จัดเป็นข้าวของเครื่องใช้อีกอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องมี
แต่การจะเลือกกระเป๋าสตางค์สักใบให้เหมาะสมกับเราที่สุดนั้น
ก็ควรจะต้องให้มันเสริมดวงชะตาด้วยจะเป็นเรื่องดี
กระเป๋าสตางค์มีความสำคัญตรงที่มันเอาไว้เก็บเงิน
ในรูปแบบของธนบัตรและเหรียญ ขณะที่เรายังสามารถใช้มันเก็บบัตรต่างๆ
ที่มีความสำคัญ เช่น บัตรประชาชน, ใบขับขี่, บัตรสมาชิกต่างๆ
รวมไปถึงบัตรเครดิตอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่ใครๆ
ก็ต้องพกพาไปไหนต่อไหนกัน
เป็นไอเท็มที่เรียกได้ว่าค่อนข้างจำเป็นต่อการใช้ชีวิตเลยทีเดียว
การเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์นั้น ส่วนใหญ่แล้วคนเราก็มักจะเลือกเอาที่ตัวเองชอบ
และใช้งานสะดวกเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ทำจากผ้า, พลาสติก, หนังแท้
หรือว่าหนังเทียม ขณะที่ทรงของกระเป๋าก็มีหลากหลาย
เรียกได้ว่าในสมัยนี้มีให้เลือกกันมากมายจนแทบจะส่องกันไม่ครบทุกแบบอยู่แล้ว
แต่อันที่จริงการเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์สักใบ
ถ้าเราเลือกให้มันเสริมกับดวงชะตาของเราด้วยก็จะยิ่งดีมากขึ้นไปอีก
เพราะว่ากันว่ามันจะช่วยเรียกทรัพย์ให้กับผู้ใช้
ถ้ายังไม่เคยรู้เรื่องนี้หรือว่าไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับมันมาก่อน ลองมาศึกษากันเอาไว้
เผื่อว่าจะสามารถนำไปปรับใช้กันได้บ้างสำหรับการซื้อกระเป๋าสตางค์ครั้งถัดไป
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกรับรองว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามนั้นเป๊ะ
ๆ มันก็มีบ้างที่มาจากความเชื่อ
แต่ถ้าลองอ่านดูแล้วคิดว่าอันไหนเข้ากับเราได้บ้างก็จะถือว่าเป็นประโยชน์ไป

เริ่มต้นกันที่รูปทรงของกระเป๋าสตางค์ ว่ากันว่าทรงที่เป็นแบบยาวๆ
นั้นจะเรียกทรัพย์ได้ดี
นั่นเพราะการใส่ธนบัตรลงไปในกระเป๋าสตางค์นั้นจะดูเป็นระเบียบเรียบร้อย

ไม่มีรอยยับ
ขณะที่กระเป๋าสตางค์ที่มีซิปก็จะช่วยให้เงินของเรารั่วไหลออกไปน้อยลง
เพราะโดยหลักการแล้ว
เมื่อคนเราจะรูดซิปเพื่อทำอะไรสักอย่างก็มักจะหยุดคิดก่อน
การใช้เงินแต่ละครั้งจึงมีโอกาสที่จะพิจารณาถึงความคุ้มค่าที่ต้องจ่ายไป
ผิดกับกระเป๋าสตางค์ที่เปิดได้ทันทีเลย

การเลือกวัสดุและสีของกระเป๋าสตางค์
ถ้าเลือกให้ถูกโฉลกกับวันเกิดหรือว่าราศีของผู้ใช้ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก
เพราะว่าเสริมดวง และยังช่วยให้เราได้รับพลังในด้านบวกอีกด้วย

นี่ก็คือการเสริมดวงชะตากันเล็กๆ น้อยๆ
ด้วยการเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์ที่เหมาะสม
แต่สุดท้ายแล้วเงินจะเพิ่มพูนหรือว่ารั่วไหลก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เองนั่นแหละว่ามีพฤติ
กรรมการใช้จ่ายอย่างไร เพราะกระเป๋าสตางค์ก็เพียงทำหน้าที่ของมันเท่านั้น
นั่นก็คือเอาไว้เก็บเงินนั่นเอง…